แจ้งข่าวกิจกรรมงานบุญเดือนกรกฎาคม

Schedule of SMC activities on July 2017

IMG_2381

July 1: Puja Khao Phra, Meditation, and Buddhist Ceremony  (พิธีบุญวันบูชาข้าวพระ-วันเสาร์ต้นเดือนกรกฎาคม).

July 2: Buddhist Lent Candle Casting Ceremony (วันหล่อเทียนพรรษา).

July 2-16: Dhammadayada Ordination Program (เริ่มโครงการอบรมธรรมทายาทรุ่นเข้าพรรษา).

July 7: Dhammacakappavattana Sutta Chanting Celebration and Candlelight for Peace (กิจกรรมสวดบทธัมมจักกัปปวัตตนสูตร เพื่อฉลองชัย และจุดประทีปเนื่องในวันอาสาฬหบูชา).

July 8: Asalha Puja Day (วันอาสาฬหบูชา).

July 9: Rain Retreat Day and Offer Vassa Candle to the Temple (วันเข้าพรรษา และพิธีถวายเทียนพรรษา และผ้าอาบ).

July 16: End of Ordination Program (จบโครงการอบรมธรรมทายาทรุ่นเข้าพรรษา).

IMG_2492IMG_2590IMG_2618IMG_2756

ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมกิจกรรมงานบุญประจำเดือนนี้ หรือเดือนต่อไป กรุณาโทร (206) – 979-2403, (206) – 658-3092, (206) – 658-3093, (206) – 529-7315

ขออนุโมทนาบุญ..สาธุ

 

June 10, 2017Permalink

วันวิสาขบูชา

วันวิสาขบูชา เป็นวันที่มีความสำคัญสำหรับพุทธศาสนิกชนทุกคน เป็นวันที่มีการทำพิธีพุทธบูชา และน้อมนำหลักธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธองค์มาเป็นแนวทางในการประพฤติปฏิบัติในการดำเนินชีวิต เพื่อเป็นการน้อมรำลึกถึงพระวิสุทธิคุณ พระปัญญาธิคุณ และพระมหากรุณาธิคุณ ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่มีต่อมวลมนุษย์ชาติและสรรพสัตว์ทั้งปวง อีกทั้งเพื่อเป็นการรำลึกถึงเหตุการณ์อันน่าอัศจรรย์ทั้ง 3 ประการ ที่บังเกิดขึ้นพ้องในวันเดียวกัน คือ วันประสูติ วันตรัสรู้ และวันปรินิพพาน ซึ่งตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6 ตามปฏิทินจันทรคติของไทย ซึ่งมักจะตรงกับเดือนพฤษภาคม แต่ถ้าปีใดมีอธิกมาส คือ มีเดือน 8 สองหน ก็เลื่อนไปเป็นวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 7 หรือราวเดือนมิถุนายน อย่างไรก็ตาม ในบางประเทศอาจกำหนดวันวิสาขบูชาไม่ตรงกับของไทย เนื่องด้วยประเทศเหล่านั้นอยู่ในตำแหน่งที่ต่างไปจากประเทศไทย ทำให้วันเวลาคลาดเคลื่อนไปตามเวลาของประเทศนั้นๆ เหตุการณ์สำคัญที่เกี่ยวกับวิถีชีวิตของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า 3 เหตุการณ์ ซึ่งบังเกิดขึ้นตรงกับวันเพ็ญเดือน 6 เหมือนกันอย่างน่าอัศจรรย์ แม้จะมีช่วงระยะเวลาห่างกันเป็นเวลาหลายสิบปี เหตุการณ์อัศจรรย์ 3 ประการนั้น ได้แก่

1. วันประสูติ

เมื่อพระนางสิริมหามายา พระมเหสีของพระเจ้าสุทโธทนะ แห่งกรุงกบิลพัสดุ์ ทรงพระครรภ์แก่จวนจะประสูติ พระนางเสเด็จแปรพระราชฐานไปประทับ ณ กรุงเทวทหะ เพื่อประสูติในตระกูลของพระนางตามประเพณีนิยมในสมัยนั้น ขณะเสด็จแวะพักผ่อนพระอิริยาบถใต้ต้นสาละ ณ สวนลุมพินีวัน พระนางก็ได้ประสูติพระโอรส ณ ใต้ต้นสาละนั้น ซึ่งตรงกับวันเพ็ญเดือน 6 ก่อนพุทธศักราช 80 ปี ครั้นพระกุมารประสูติได้ 5 วัน ก็ได้รับการถวายพระนามว่า “สิทธัตถะ” แปลว่า “สมปรารถนา”

ข่าวการประสูติแพร่ไปถึงอสิตดาบส ผู้อาศัยอยู่ในอาศรมเชิงเขาหิมาลัย และมีความคุ้นเคยกับพระเจ้าสุทโธทนะ ดาบสจึงเดินทางไปเข้าเฝ้า เมื่อเห็นพระราชกุมารก็ทำนายได้ทันทีว่า นี่คือผู้จะตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า จึงกล่าวพยากรณ์ว่า “พระราชกุมารนี้จักบรรลุพระสัพพัญญุตญาณ เห็นแจ้งพระนิพพานอันบริสุทธิ์อย่างยิ่ง ทรงหวังประโยชน์แก่ชนเป็นอันมาก จะประกาศธรรมจักร พรหมจรรย์ของพระกุมารนี้จักแพร่หลาย” แล้วกราบลงแทบพระบาทของพระกุมาร พระเจ้าสุทโธทนะทอดพระเนตรเห็นเหตุการณ์นั้นทรงรู้สึกอัศจรรย์และเปี่ยมล้นด้วยปีติ ถึงกับทรุดพระองค์ลงอภิวาทพระราชกุมารตามอย่างดาบส ต่อมาพระเจ้าสุทโธทนะทรงคัดเลือกพราหมณ์ผู้เชี่ยวชาญในไตรเพทประเสริฐกว่าพราหมณ์ทั้งปวง 8 คน มาทำนายลักษณะของพระโอรส พราหมณ์ 7 คนทำนายว่า พระโอรสนี้หากเสวยราชสมบัติจักได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ หากเสด็จออกบวชจักได้ตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เว้นแต่โกณทัญญพราหมณ์ซึ่งเป็นพราหมณ์ที่อายุน้อยที่สุด ที่ทำนายว่า “พระราชกุมารบริบูรณ์ด้วยพระมหาบุรุษพุทธลักษณ์โดยส่วนเดียว จะอยู่ครองฆราวาสวิสัยมิได้ จะเสด็จออกบรรพชา และตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าโดยแท้”

2. วันตรัสรู้

พระเจ้าสุทโธทนะทรงปรารถนาจะให้เจ้าชายสิทธัตถะปกครองแว่นแคว้นสืบทอดราชบัลลังก์ต่อจากพระองค์ และเป็นพระเจ้าจักรพรรดิ จึงทรงบำรุงบำเรอเจ้าชายให้มีแต่ความสุขความบริบูรณ์ในปราสาท 3 ฤดู และแวดล้อมด้วยเหล่าสนมกำนัลที่สวยงาม ทรงป้องกันไม่ให้เจ้าชายสิทธัตถะเห็นความทุกข์ทรมาน ความเจ็บปวดต่างๆที่จะทำให้เจ้าชายสิทธัตถะทรงรู้สึกเบื่อหน่าย และอยากออกบวช ชีวิตของเจ้าชายสิทธัตถะก่อนทรงออกบวช จึงเป็นชีวิตที่เพียบพร้อมด้วย รูปสมบัติ ทรัพย์สมบัติ คุณสมบัติ บริวารสมบัติ ลาภ ยศ สรรเสริญ สุข อย่างแท้จริง

เมื่อเจ้าชายสิทธัตถะทรงพระชนมายุได้ 29 พรรษา วันหนึ่งได้ทรงรถม้าประพาสสวนนอกเมือง ทรงเห็นคนแก่ คนป่วย คนตาย และนักบวช ภาพคนแก่ คนป่วย และคนตายทำให้พระองค์ทรงนึกถึงความทุกข์ และความไม่เที่ยงแท้ของสังขารมนุษย์ ส่วนภาพนักบวช คือ ภาพของผู้แสวงหาทางแห่งการพ้นทุกข์ คือ ความแก่, ความเจ็บ และความตายนั้น ทำให้ทรงรู้สึกประทับใจในเพศภาวะของนักบวช และปรารถนาอยากออกบวชในสักวันหนึ่ง ต่อมาพระชายา คือ พระนางยโสธราพิมพา ประสูติพระโอรส เมื่อทรงทราบจึงทรงรำพึงว่า “บ่วงเกิดขึ้นแล้ว” ด้วยเหตุนี้ พระโอรสจึงได้พระนามว่า “ราหุล” ซึ่งแปลว่า “บ่วง” ทรงดำริว่า “หากไม่ออกบวชเสียในวันนี้ ความรักและความผูกพันที่มีต่อพระชายาและพระโอรส จะไม่สามารถทำให้พระองค์องค์ตัดใจออกบวชได้ในอนาคต” จึงตัดพระทัยเสด็จออกบวชเสียในคืนนั้นเพื่อแสวงหาโมกขธรรม

หลังจากเสด็จออกบวช ทรงบำเพ็ญเพียรอยู่ถึง 6 ปี จนเมื่อพระชนมายุ 35 พรรษา จึงได้ตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ณ โคนไม้ศรีมหาโพธิ์ ริมฝั่งแม่น้ำเนรัญชรา ตำบลอุรุเวลาเสนานิคม ในวันเพ็ญขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6 ก่อนพุทธศักราช 45 ปี โดยในปฐมยาม ทรงบรรลุปุพเพนิวาสานุสติญาณ สามารถระลึกชาติที่พระองค์ทรงบังเกิดมาแล้วทั้งสิ้นได้ ในมัชฌิมยาม ทรงบรรลุจุตูปปาตญาณ บางแห่งเรียกว่า ทิพพจักษุ สามารถหยั่งรู้การเกิด การตาย ตลอดจนการเวียนว่ายของสัตว์ทั้งหลายอื่นได้หมด ในปัจฉิมยาม ทรงบรรลุอาสวักขยญาณ ทรงปรีชาสามารถทำอาสวะกิเลสทั้งหลายให้หมดสิ้นไปด้วยพระปัญญา พิจารณาในปัจจยาการแห่งปฏิจจสมุปบาท โดยอนุโลมและปฏิโลม ก็ทรงบรรลุอนุตรสัมมาสัมโพธิญาณ เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ปัจจุบันสถานที่ตรัสรู้แห่งนี้เรียกว่า “พุทธคยา” เป็นตำบลหนึ่งของเมืองคยา แห่งรัฐพิหาร ประเทศอินเดีย

3. วันเสด็จดับขันธปรินิพพาน

เมื่อพระพุทธองค์ได้ตรัสรู้และแสดงธรรมเป็นเวลานานถึง 45 ปี จนมีพระชนมายุได้ 80 พรรษา ในคืนวันเพ็ญเดือน 6 ทรงประทับ ณ สาลวโนทยานของมัลลกษัตริย์ เมืองกุสินารา แคว้นมัลละ ในยามสุดท้ายของคืนนั้น ทรงประทานปัจฉิมโอวาทว่า “ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย อันว่าสังขารทั้งหลายย่อมมีความเสื่อมสลายไปเป็นธรรมดา ท่านทั้งหลายจงยังกิจทั้งปวงอันเป็นประโยชน์ของตนและประโยชน์ของผู้อื่น ให้บริบูรณ์ด้วยความไม่ประมาทเถิด” แล้วเสด็จเข้าดับขันธปรินิพพาน ในราตรีเพ็ญเดือน 6 นั้น สถานที่ดับขันธปรินิพาน ปัจจุบันอยู่ในเมืองกุสีนคระ แคว้นอุตตรประเทศ ประเทศอินเดีย

 

วันวิสาขบูชาเป็นวันสำคัญสากลของสหประชาชาติ

ในวันที่ 13 ธันวาคม พ.ศ.2542 องค์การสหประชาชาติได้ยอมรับญัตติที่ประชุม กำหนดให้วันวิสาขบูชาเป็นวันสำคัญของโลก โดยเรียกว่า “Vesak Day” ตามคำเรียกของชาวศรีลังกา (ผู้ที่ยื่นเรื่องให้สหประชาชาติพิจารณา) และได้กำหนดวันวิสาขบูชา ถือเป็นวันหยุดวันหนึ่งของสหประชาชาติ ทั้งนี้ก็เพื่อให้ชาวพุทธทั่วโลกได้มีโอกาสบำเพ็ญบุญเนื่องในวันประสูติ ตรัสรู้ และปรินิพพานของพระบรมศาสดา เพื่อรำลึกถึงพระวิสุทธิคุณ พระปัญญาธิคุณ และพระมหากรุณาธิคุณ ที่ทรงมีต่อมวลสรรพสัตว์

การที่สหประชาชาติได้กำหนดให้วันวิสาขบูชาเป็นวันสำคัญของโลกนั้น ได้ให้เหตุผลไว้ว่า องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงเป็นมหาบุรุษผู้ให้ความเมตตาต่อหมู่มวลมนุษย์ ทรงเปิดโอกาสให้ทุกศาสนาสามารถเข้ามาศึกษาพุทธศาสนา เพื่อพิสูจน์หาข้อเท็จจริงได้โดยไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนมานับถือศาสนาพุทธ และทรงสั่งสอนทุกคนด้วยพระปัญญาธิคุณ โดยไม่คิดค่าตอบแทน

13241343_10154290767513489_4198601932323070957_n

วิสาขบูชาประจำปี พ.ศ. 2560 ณ วัดพระธรรมกายซีแอตเติล

เนื่องจากวันวิสาขบูชา เป็นวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา คณะกรรมการวัดพระธรรมกายซีแอตเติล ขอเรียนเชิญทุกท่านมารวมงานโดยพร้องเพรียงกัน ในวันอาทิตย์ ที่ 14 พฤษภาคม โดยกิจกรรมเริ่มตั้งแต่เวลา 9 โมงเช้า เป็นต้นไป.

รับชมภาพกิจกรรมวิสาขบูชาปีที่แล้วได้ที่นี้ 

รับชมวิดีโอ วิสาขบูชา “วันสำคัญสากลโลก”

 

April 28, 2017Permalink

Saturday Meditation

April 13, 2017Permalink